ไปเที่ยวยังไง ให้ลูกน้องไม่ด่า งานไม่สะดุด ?? (วิธีบริหารออฟฟิศ)

    โหลๆ ตอนเดือนมิถุนายน ผมจัดสัมมนา + ไปเที่ยวอเมริกามาครับ หายไปเลย 1 เดือนเต็มๆ

    รู้ตัวอีกทีนึงก็ เดือนกรกฏาคม เลยครับ ผมไม่ได้เข้า Office เลย

    ถ้านับก็ประมาณเดือนกว่าๆ ที่ลูกน้องไม่เห็นหน้าเลย เพิ่งจะเข้าไปวันนี้แหละครับ

    แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ยอดขายไม่ตกเลย … แอบเพิ่มด้วย

    ทุกอย่างดำเนินไปอย่าง ราบรื่นปกติ โดยที่ผมไม่ต้องหยิบคอม ออกมาตอบระหว่างไปเที่ยวเลย

    เดี๋ยวก่อนนะ !! ผมไม่ได้มาขายของ 555 ไม่ต้องลุ้น ผมแค่จะมาแชร์ให้ฟังเฉยๆว่า ผมทำยังไง …

    อย่างที่รู้ว่าปัญหาเรื่องการบริหารคน เป็นเรื่องใหญ่ที่หลายคนเบื่อ ผมก็เช่นกันครับ

    ผมเป็นองค์กรเล็กๆ เพราะงั้นแนวทางอาจจะไม่ตรงกับ บริษัทใหญ่ๆนะครับ ไม่เคยเรียนพวกนี้ด้วย ส่วนใหญ่ก็ถามๆเอาจากพี่ๆที่เก่งๆครับ

    อนาคตคิดว่าต้องปรับเรื่อยๆครับ เพราะเพิ่งเริ่มได้ แค่ 5-6 ปีเหมือนกันที่เป็น Office จริงๆ

    จะเล่าเฉพาะ Office ฝั่งของ Ecom นะครับ ผมทำแบบนี้ครับ

    อย่างแรกเลย ผมไม่มีตำแหน่งอะไรเลยในบริษัท ไม่มีเลย ไม่มีหน้าที่ใดๆเลย !!

    ไอเดียคือ คือถ้าไม่มีผม งานที่บริษัทก็ต้องเดินต่อไปได้ ครับ

    ปัจจุบันสิ่งที่ผมทำ มีอย่างเดียวคือ ดูแลบัญชีโฆษณา ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะหาคนมาดูแลแทนแล้ว

    เพราะจริงๆ โฆษณามันก็แทบไม่ได้ดู เพราะมันไม่ต้องแก้อะไรมากค่อนข้างนิ่งแล้ว แต่ช่วงแรกเดือนแรกก็มียุ่งๆนิดหน่อยนะครับ

    ผมไม่มีโต๊ะทำงานที่ Office เข้าไปก็จะนั่งที่โซฟา ไม่ก็ข้างพนักงานนั้นแหละ ผมจะเข้า Office ไปแค่เดือนละ 1-2 ครั้งเพื่อประชุมประจำเดือน

    หรือแวะเอาขนมไปให้ลูกน้องมีแค่นั้นจริงๆครับ

    เคยมีคนสอนผมมาว่า “หน้าที่ของเจ้าของบริษัทที่ดีคือ ดูแลให้ทุกอย่างอยู่กับร่องกับรอย ตามแผนการของบริษัท”

    ผมทำยังงั้นแหละ หลักๆ ผมจะวางแผนไว้เลย 1 ปี จะมีสินค้าออกกี่ตัว อย่างปีนี้มีออกทั้งหมด 4 ตัว (เดือน กพ / พค / กค / พย)

    ก็วางแผนออกมาว่า เดือนไหนออกอะไร แล้วต้องมี Timeline ยังไงบ้าง มอบหมายให้แต่ละฝ่ายดูแลไป

    ที่นี้ในแต่ละเดือน ผมจะเข้าไปคุยว่ามันถึงไหนแล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ถ้ามีอะไรคุยก็คุยกันเลย วันเดียวจบ

    สิ้นเดือนก็จะมีการสรุปยอดว่าเข้าเป้าไหม มันขาด หรือมันเกินตรงไหน new high ก็ฉลองกันไป

    หลักๆจะใช้ Trello ในการสั่งงาน + Telegram ในการคุยหรือบรีฟงาน แต่ผมมีกฏข้อนึงที่ทุกคนจะรู้

    ก็คือ อะไรก็ตามที่จัดการเองได้ หรือคิดเองได้ให้ทำไปเลย ไม่ต้องถามผม แต่ถ้ามันร้ายแรงจริงๆ แก้ไม่ได้จริงๆค่อยมาถาม

    ถ้าให้วัดเป็นมูลค่าก็คือ ถ้ามันเสียหายเกินหมื่นอะ ค่อยมาถาม นอกนั้นจัดการเอาเองเลย

    ไม่งั้นมันจะรบกวนเวลาทั้งของพนักงานและ เวลาของผมมากๆ

    อ้อมีเรื่องเงิน ยอดเข้าออกผ่าน บัญชีบริษัททั้งหมด ทั้งยอดโอนและ COD จึงไม่มีปัญหาเรื่องการเก็บเงินนะครับ เช็คยอดผ่านระบบปกติ

    ส่วนค่าส่งของ กับซื้อของเข้า Office มีกองกลางแต่ละเดือน สิ้นเดือนก็สรุปยอดมาครับ

    ใน Office ผมมี Sale / Admin / Graphic หลักๆก็จะประมาณนี้

    Sale มีหน้าที่ขายของ ขายอย่างเดียว ไม่ต้องแพค ไม่ต้องนับสต๊อก หน้าที่คุณคือ ปิดการขายให้ได้พอ !!

    Sale มีเป้าประจำปี กับเป้าประจำเดือนที่ต้องดูแล ผมได้เงินเดือนกับค่าคอม

    รอบก่อน Sale อยากได้ยอดเพิ่มก็มาขอไปออกบูธงานแฟร์ หาราคาวันที่มาให้เรา Approve เสร็จสรรพ ดีนะครับจุดนี้

    ส่วนแผนกอื่นๆ ก็จะมีเป็นโบนัสประจำปี ตามผลประกอบการ (ผมคำนวณไว้ที่ 1-2% ของกำไรตามบัญชี)

    เช่นถ้า กำไร 10M จ่าย 2% ก็จะจ่ายที่ 2 แสนบาท (หารกันทุกคนก็มาตกลงกันว่าจะเอาไปเที่ยวหรือยังไง ปีที่แล้วไปเที่ยวไต้หวัน)

    ทุกคนรู้นะครับว่ายอดขายเท่าไร กำไรเท่าไร เงินในบริษัทเหลือเท่าไร ผมมองว่าเป็นข้อดีมากกว่าข้อเสียนะ

    ส่วน Admin มีหน้าที่ ดูแล สต๊อกสินค้า ดูแลคนแพคของ คนมารับของ ทำเงินเดือน (เพราะองค์กรเล็กเลยต้องหลายหน้าที่ครับ)

    Graphic มีหน้าที่ ดูแลทั้ง ภาพนิ่ง VDO ออกแบบเวบไซต์คร่าวๆ ผมสอนเรื่องการเขียน Caption ไว้ด้วย เพราะต้องทำกับไฟล์งาน

    Graphic มีงานประจำเดือนที่ต้องทำ และรู้ timeline ของสินค้า ว่าทำอะไรบ้าง เพราะงั้นจะต้องส่งงานให้ไวครับ ไม่งั้น Sale ก็จะไปเร่ง Graphic เอง เพราะเค้าจะใช้ภาพอะนะ

    จะเห็นได้ว่าผมพยายามให้ทุกตำแหน่งคุยกัน คานอำนาจกันเอง สังงานกันเองครับ ใครช้าก็โดนอีกคนไล่บี้เอง

    ส่วนใหญ่แล้วผมใช้พนักงาน ปวช – ป.ตรี ตอนแรกมาก็จะไม่เก่งอะไร แต่ทุกวันนี้เก่งมาก

    แล้วสอนงานยังไง …. อย่างแรกให้พนักงานเรียนรู้เองทั้งหมด ทั้งจาก Youtube หรือเวบไซต์ต่างๆ นอกจากนี้

    ที่บริษัท ผมมี Server ตัวนึงที่มีไฟล์การเรียนรู้หลายๆเรื่องอยู่ในนั้น ผมเรียกมันว่า “คลังความรู้ของบริษัท”

    ผมชอบซื้อครอสเรียนต่างๆมาเก็บไว้ เช่น

    – ครอสปิดการขาย
    – ครอสเรียน Photoshop illustrator
    – ครอสเรียน ตัดต่อ VDO
    – ครอสแต่งภาพในมือถือ
    – ครอสวาดการ์ตูน
    – ครอสลงโฆษณา Facebook Google
    – ครอสทำอาหารผมก็มีนะ
    – เยอะแยะ พนักงานสามารถขอซื้อเพิ่มได้ ถ้าไม่แพงไป ผมก็ซื้อให้ครับ

    แล้วถึงแม้คุณจะเป็น Sale ถ้าอยากเรียนรู้การตัดต่อผมก็อนุญาติ ทุกวันนี้เลยมี Sale ที่ตัดต่อ VDO ได้ครับ

    เรื่องการเข้าออก ลงเวลา ที่ Office จะไม่มีเวลาแน่นอน เพราะคุยกันที่ผลงานล้วนๆ แต่เห็นก็มาทำงานกันปกตินะ มาเช้ากลับดึกกันด้วยครับ

    เพราะใน Office มีแอร์ มีเนต มีขนม สบายกว่าบ้านอะนะ และสามารถเข้าออกได้ตลอด

    มีครัวด้วยวันไหน อยากกินชาบู หรือทอดไข่เจียวก็ตามสบายครับ จัดการกันเองเลย

    มีห้องสต๊อกที่ Admin เข้าได้คนเดียว แม้แต่ผมก็เข้าไม่ได้ (แก้ปัญหาเรื่องของหาย)

    ทุกๆ 6 เดือนจะมีการรีวิวพนักงานทุกๆคนเกิดขึ้น รวมถึงตัวผมเองที่ถูกพนักงานรีวิวด้วย เพื่อปรับปรุงกัน

    วันหยุด พนักงานทุกคนจะตกลงกันเอง กางปฏิทินคุยกัน ว่าจะหยุดกี่วัน วันไหนบ้าง

    เดือนนี้ ผมรับพนักงานใหม่เข้ามา ตำแหน่ง ตัดต่อ VDO โดยผมไม่ได้หาคนเองเลย ให้ พนักงานทุกคนช่วยกันหา และอนุมัติ

    ก็เดี๋ยวจะรอดูว่าจะเป็นยังไง ผมก็เพิ่งเจอพนักงานใหม่วันนี้เหมือนกัน ไว้มาเล่าให้ฟังครับ

    เรื่องการเสนอไอเดีย ผมเปิดกว้างมากๆ อยากเสนอสินค้าตัวไหน หรือ เปลี่ยน ปรับปรุงอะไรเสนอมาได้เลย

    บางครั้งต้องยอมรับว่า มุมมองของพนักงานขาย ดีกว่าเรามาก เค้าเจอ เคสมากกว่าเราครับ

    แล้วจะบอกว่า มีสินค้าแบรนด์นึงเริ่มขายปีที่แล้ว พนักงานเป็นคนตั้งชื่อแบรนด์ และเลือกสินค้าเข้ามาเอง

    นั้นทำให้ผมรู้สึกว่า เค้ารักในแบรนด์และพยายามทำมันให้ดีครับ (ผมปล่อยอิสระมากไปไหมเนี้ย )

    อ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่าผมใจดีจัง จริงๆแล้ว ถ้าบทโหดผมก็โหดนะ ผมไล่พนักงานออกไปหลายคนแล้วครับ

    เหตุผลหลักๆก็คือ ทำงานได้ไม่เข้าเป้า ทำได้ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานมาก ไม่ก็ไม่สามารถเข้ากับองค์กรได้ครับ

    หลักๆในบริษัทผมก็จะประมาณนี้ครับ ผมจะพยายามใช้คนไม่เยอะนะ พยายามทำให้ Smart ที่สุด

    อาจจะขัดใจแนวทางใครหลายๆคน ซึ่งก็จริงแหละ เพราะผมก็ยังใหม่กับการบริหารคน บริหารองค์กรต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยครับ

    หลักๆที่ผมบริหารแบบนี้ เพราะผมขี้เกียจครับ ชอบอยู่บ้าน ไม่ก็ ชอบไปทริปเที่ยวนานๆ ก็เลยหาวิธีจนได้ออกมาแบบนี้ครับ

    ในรูปเป็น Office ยุคแรกๆ เลย เมื่อ 5 ปีก่อน ถ่ายด้วย iPhone 4 เลยนะ 555+ (ปัจจุบันย้ายมา 3 ที่แล้ว)

    ใครมีแนวทางบริหารอื่นๆแชร์กันได้ในคอมเม้นนะครับ

    ติดตาม Update บทความ ทริค เทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการขายของ ออนไลน์ ได้ที่ เข้าร่วมกลุ่มฟรี กดที่นี้ กดเริ่มต้นใช้งาน ด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ขอฝากโปรแกรม แต่งภาพดีๆ ที่ทำมาสำหรับชาวพ่อค้าแม่ค้า ออนไลน์ ไว้ด้วยนะครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่ ลองดูที่นี้นะครับ โปรแกรมแต่งภาพ PixPro ง่ายสุดใน 3 โลก
    RSS
    Follow by Email
    Facebook
    Google+
    DISPLAY_ULTIMATE_PLUS
    Twitter