ขายของ Online ต้องเสียภาษีอย่างไร ??

     

    สวัสดีครับ เพื่อนๆชาว Seller

     

    ถ้าหากคุณมีความคิดว่าจะขายของออนไลน์ นั่นไม่ใช่แค่การขายของ แต่คุณต้องวางแผนการจ่ายภาษีด้วย

    การเสียภาษีจากการขายของออนไลน์มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภาษีเงินได้นิติบุคคล

     

    อ้าว แล้วต้องเสียภาษีแบบไหน ?​

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา = เราเป็นเจ้าของ เปิดร้านขายของเอง หรือร้านเป็นชื่อคุณคนเดียว

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล = กิจการที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ และรวมถึงกิจการที่เป็นนิติบุคคลไม่จดทะเบียนด้วยนะครับ

    ส่วนใหญ่แล้วจะเสียแบบบุคคลธรรมดานะครับ

     

    เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องทำอะไรบ้าง

    การขายสินค้าออนไลน์จัดเป็น เงินได้จากการขายสินค้า ( เงินได้ประเภทที่ 8 ) ซึ่งในบทความนี้ ผมจะคำนวณให้ดูในเฉพาะส่วนเงินได้จากการขายของออนไลน์นะครับ หากคุณมีรายได้จากเงินเดือนประจำหรือเงินจากการประกอบกิจกรรมอื่นๆ คุณต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกนะครับเพื่อวางแผนลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมนะครับ

    ยื่นภาษีสิ้นปี (ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90)ช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. เป็นการสรุปรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา

    ยืนภาษีกลางปี (ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94)ช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย. เป็นการสรุปรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีภาษีแรกที่ผ่านมา โดยที่ ค่าลดหย่อน บางรายการจะถูกหักเหลือครึ่งหนึ่งด้วย

    สูตรในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

    (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน ) x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย

     

    รายได้สุทธิ หมายถึง รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อนต่างๆ
    ค่าลดหย่อน หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่สรรพากรประกาศให้นำมาหักลบกับรายได้

    *ค่าลดหย่อนมีอยู่หลายเงื่อนไข ต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะแต่ละบุคคล

     

    ค่าใช้จ่ายคิดได้ทั้งหมด 3 วิธีด้วยกันคือ

    1.ร้านค้าที่ซื้อมาขายไม่ได้ผลิตเอง ก็เหมาค่าใช้จ่ายที่อัตรา 60% ของรายได้

    2.ร้านค้าที่ผลิตขายเอง สามารถหักค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริงได้ แต่ต้องมีใบเสร็จที่กำกับภาษีอย่างถูกต้องและเอกสารอื่นๆอีกมากมาย

    3.หากมีรายได้มากกว่า 1,000,000 บาท คิดค่าใช้จ่ายอัตราแบบเหมา 0.5% ของรายได้

     

              เงินได้สุทธิ

    อัตราภาษี
    0 – 150,000 *ได้รับการยกเว้นภาษี*
    150,001 – 300,000 5%
    300,001 – 500,000 10%
    500,001 – 750,000 15%
    750,001 – 1,000,000 20%
    1,000,001 – 2,000,000 25%
    2,000,001 – 5,000,000 30%
    5,000,001 บาทขึ้นไป

    35%

     

    สรุปขั้นตอนการคิดนะครับ

    1.คำนวณหาเงินได้สุทธิ จากสูตร (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน )

    2.นำเงินได้สุทธิไปคำนวณตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได

     

    สมมุติ รายได้จากการขายของทั้งปี 300,000 บาท เป็นร้านที่รับของมาขายอีกที เป็นชายโสด

    (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน ) x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย

    รายได้ 300,000 บาท

    ค่าใช้จ่าย 300,000×60% = 180,000 บาท

    ค่าลดหย่อน 60,000 บาท ( เป็นชายโสด ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท )

    เงินได้สุทธิ 300,000-180,000-60,000 =60,000 บาท

    นำเงินได้สุทธิไปคำนวณตามอัตราภาษีขั้นบันได

    กรณีเงินได้สุทธิ 60,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีเนื่องจากได้รับการยกเว้นภาษี

     

    สมมุติรายได้จากการขายของทั้งปี 1,000,000 บาท เป็นร้านที่รับของมาขายอีกที เป็นสาวโสด

    (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน ) x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย

    รายได้ 1,000,000 บาท

    ค่าใช้จ่าย 1,000,000×60% = 600,000 บาท

    ค่าลดหย่อน 60,000 บาท ( เป็นสาวโสด ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท )

    เงินได้สุทธิ 1,000,000-600,000-60,000 = 340,000 บาท

    นำเงินได้สุทธิไปคำนวณตามอัตราภาษีขั้นบันได

    = (150,000×0%)+(150,000×5%)+(40,000×10%)

     

    = 0 + 7,500 + 4,000 = 11,500 บาท ภาษีที่ต้องจ่าย

     

    (150,000×0%) = 0 เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าเงินได้สุทธิ 150,000 แรกได้รับการยกเว้นภาษี

     

    แล้วภาษีเงินได้นิติบุคคลคิดอย่างไร ?

    หากคุณเป็นธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ คุณจะต้องมีการทำบัญชีอย่างถูกต้องตามหลักของบัญชี ต้องมีพนักงานบัญชีเป็นผู้จัดทำและตรวจสอบ ทำบัญชีภาษีส่งสรรพกรนะครับ คุณจะต้องเก็บใบเสร็จต่างๆอย่างเป็นระเบียบเลย ไม่งั้นทุกอย่างจะวุ่นวายมากๆ ซึ่งรายละเอียดยิบย่อย ผมแนะนำว่าต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความเหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภทครับ

    ต้องเสียภาษี

    1.ภาษีเงินได้นิติบุคคล

    2.ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

    3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม ( รายได้ 1,800,000 บาทขึ้นไป )

    4.ภาษีธุรกิจเฉพาะ

    5.อากรแสตมป์

    ขอบคุณภาพประกอบ : ลงทุนแมน

    การคำนวณภาษีไม่ง่ายเลยนะครับ มีขั้นตอนมากมาย แต่หากเราจัดการร้านค้าอย่างเป็นระบบตั้งแต่แรก ก็ไม่อยากเลยที่จะจัดการทุกอย่าง หากคุณเสียเพียงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แล้วต้องการเสียภาษีน้อยลง ผมแนะนำให้คุณหาค่าลดหย่อนทางภาษีซึ่งมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน เช่น ค่าฝากครรภ์และทำคลอด เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป/เงินฝากแบบมีประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง และอื่นๆอีกมากมาย ค่าลดหย่อนจะช่วยให้เงินได้สุทธิน้อยลง เมื่อนำไปคำนวณตามอัตราภาษี เราก็จะเสียภาษีน้อยลงด้วย แต่ผมไม่ได้แนะนำให้คุณเลี่ยงภาษีนะครับ แต่เราลดหย่อนภาษีในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด เพียงแต่คุณต้องศึกษาให้รอบคอบเท่านั้นเอง

    วันนี้ก็ขอตัวลาไปก่อน เพื่อนชาว Seller ท่านใด เห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ก็อย่าลืมส่งต่อไปให้เพื่อนๆของคุณนะครับ สวัสดีครับบบบ ~~~

    ติดตาม Update บทความ ทริค เทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการขายของ ออนไลน์ ได้ที่https://m.me/820088668414656กดเริ่มต้นใช้งาน ด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ขอฝากโปรแกรม แต่งภาพดีๆ ที่ทำมาสำหรับชาวพ่อค้าแม่ค้า ออนไลน์ ไว้ด้วยนะครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่ ลองดูที่นี้นะครับ โปรแกรมแต่งภาพ PixPro ง่ายสุดใน 3 โลก

     

     

     

     

     

    ติดตาม Update บทความ ทริค เทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการขายของ ออนไลน์ ได้ที่ เข้าร่วมกลุ่มฟรี กดที่นี้ กดเริ่มต้นใช้งาน ด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ขอฝากโปรแกรม แต่งภาพดีๆ ที่ทำมาสำหรับชาวพ่อค้าแม่ค้า ออนไลน์ ไว้ด้วยนะครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่ ลองดูที่นี้นะครับ โปรแกรมแต่งภาพ PixPro ง่ายสุดใน 3 โลก
    RSS
    Follow by Email
    Facebook
    Google+
    DISPLAY_ULTIMATE_PLUS
    Twitter