เปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ Ladaza บนมือถือ

     

    สวัสดีครับ เพื่อนๆชาว Seller ทุกท่าน

     

    คุณกำลังมองหาช่องทางการเพิ่มรายของตนเองอยู่หรือเปล่าครับ บทความนี้จะนำเสนอวิธีการสมัครขายออนไลน์บน Lazada แค่มีสมาร์ทโฟนและเทคนิคในการจัดการร้านเล็กๆน้อยๆเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้าน

    หากพร้อมแล้ว เราไปเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

    #ขายออนไลน์Lazada #ขายออนไลน์Lazadaบนโทรศัพท์

     

    Lazada หากเราจะเป็นผู้ขาย เราต้องใช้แอปพลิเคชั่น Lazada Seller Center ที่สามารถติดตั้งได้ทั้ง Android และ iOS แอปพลิเคชั่นนี้คุณสามารถจัดการหลังร้านได้ทุกอย่างเลย ทั้ง ลงขายสินค้า ตอบข้อความลูกค้า เช็คสต็อก สถานะคำสั่งซื้อ สถานะการขอคืนเมื่อมีปัญหา แคมเปญที่เป็นประโยชน์แก่ร้านของเรา แค่มีแอปพลิเคชั่น  Lazada Seller Center เท่านั้นเอง

     

    เมื่อโหลดเสร็จแล้วเปิดแอปพลิเคชั่น แล้วกด สร้างบัญชี [1] กันเลยครับ หรือหากท่านใดมีแล้วก็เข้าสู่ระบบได้เลย แต่แอคเคาท์ที่เป็นคนขายกับคนซื้อ แนะนำว่าควรจะใช้แยกกันนะครับ

    เมื่อคลิ๊ก สร้างบัญชี [1] เข้ามาก็จะเป็นหน้าตาแบบนี้เลย กรอกข้อมูลเหล่านี้ให้ครบถ้วน Email ผมแนะนำให้ใช้เป็น Email ที่สร้างขึ้นมาใหม่สำหรับร้านเพื่อความสะดวกในการรับข้อมูลและส่งข้อมูลกับ Lazada และเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณเอง

    ที่สำคัญนะครับ Store type [2] ต้องเลือกระหว่าง Personal และ Business จุดประสงค์ก็เมื่อ Lazada จะเสนอ Deal อะไรมาให้เรา เขาจะให้ Deal ที่ต่างกันไปตามขนาดของธุรกิจของเรา Personal จะเป็นแนวร้านค้าที่เราบริหารด้วยตนเองไม่ได้เป็นกิจการใหญ่ Business จะเป็นแบบร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีสต็อกสินค้าและมีหลากหลายคนช่วยกันดูแล

    เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อย ก็จะเข้ามาในหน้าตาแบบนี้เลยครับ เราก็ทำ TODO List ให้ครบเลยครับ เริ่มกันด้วย เริ่มการขาย [3]

    Warehouse Address  คือ ที่อยู่ของโกดังของเรา สถานที่ที่เราจัดการแพ็คและส่งสต็อกต่างๆ

    Business Address คือ ที่อยู่ของหน้าร้าน สำนักงาน หรือบริษัทของเรา

    Return Address คือ หากสินค้ามีปัญหา จะให้ลูกค้าส่งมาตามที่อยู่นี้

    *เราสามารถใช้ที่อยู่เดียวกันกับทั้ง 3 หัวข้อนี้ได้ ร้านเป็นทั้งเป็นโกดัง ร้านค้า และที่รับของคืน ได้

    เมื่อกรอกเสร็จแล้วอย่าลืมกดบันทึกที่มุมขวาบนด้วยนะครับ

    เมื่อกรอกรายละเอียดที่อยู่เสร็จ ก็จะกลับมาที่หน้าเดิม แต่เรามี TODO List อันใหม่แล้วครับ ไปกันต่อเลย เตรียมพร้อมสินค้าของท่าน [4]  นั่นก็คือการเพิ่มสินค้าชิ้นแรกของร้านเรานั่นเองงงงง ~

    ชื่อสินค้า [5] สำคัญมากๆเลยนะครับ ตั้งชื่อสินค้าให้ดี เข้าใจง่าย แต่ให้ยาวๆไว้ เพราะมีผลต่อการค้นหาใน marketplace และยังติด (Google Shopping) และ SEO อีกด้วย

    ถ้าผมจะขาย กล้องวงจรปิด ผมจะไม่ตั้งชื่อสินค้าว่า “กล้องวงจรปิด” สั้นๆแค่นี้ แต่ผมจะใส่คำอธิบายเพิ่มเติม ที่คิดว่าลูกค้าจะค้นหาลงไป (คำที่คิดว่าคนจะค้นหา คุณสามารถหาได้จาก Keyword Planner Ads)

    ผมจะตั้งชื่อว่า

    เช่น “กล้องวงจรปิด ไร้สาย ชื่อรุ่น ABC ดูผ่านมือถือได้ ความละเอียดสูง บันทึกได้ ส่งฟรี แถมเมมโมรี่การ์ด รับประกัน 30 วัน”

    เป็นยังไงครับ ชื่อแบบนี้ อาจจะดูยาว แต่ผมรับประกันว่า ส่งผลดีกว่า ชื่อแบบสั้นๆอย่างแน่นอนครับ

    พยายามนึกดูนะครับ ว่านอกจาก กล้องวงจรปิด เราสามารถใส่อะไรลงไปได้อีก ฟังชั่นต่างๆ ชื่อรุ่น รหัส ใส่ลงไปให้เต็มที่เลยครับ เท่าที่ร้านค้าจะอนุญาติให้ใส่ได้

    แต่แนะนำให้เอา keyword หลัก “กล้องวงจรปิด” ไว้หน้าๆหน่อยนะครับ เพราะส่งผลต่อการค้นหามากกว่าครับ

     

     

    หมวดหมู่สินค้า ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ หากคุณหาหมวดหมู่สินค้าของคุณไม่เจอ ลองพยายามนึกดูหรือเสิชหาใน Lazada ว่าสินค้าประเภทเดียวกับคุณ ระบบแบ่งไว้ที่หมวดไหน การแบ่งกลุ่มใน Lazada นั่นละเอียดมากอยู่แล้ว ฉะนั้นต้องใจเย็นและค่อยๆหานะครับ

     

    การใส่ Brand ให้ถูกก็เป็นสิ่งจำเป็นมาก Brand จะช่วยให้คุณสร้างความเชื่อถือให้กับสินค้าได้ แต่สินค้าบางประเภทก็ไม่จำเป็นต้องมีแบรนด์ก็ได้ครับ สินค้าที่ควรมีแบรนด์ก็จำพวก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิค อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

     

    การซื้อสินค้าออนไลน์ เราไม่มีโอกาสที่จะจับสินค้า หรือพูดคุยกับร้านค้า ทำให้ลูกค้าจะดูรายละเอียดได้เพียงแค่ รูปภาพสินค้า และคำอธิบายสินค้า ในกรณีสินค้าทั่วๆไป ที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว เช่นของใช้ภายในบ้าน อาจจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิด เป็นสินค้าที่เรา ไม่ค่อยได้ซื้อ หรือไม่เคยพบ อาจจะต้องใส่รายละเอียดที่มากยิ่งขึ้น เพื่อความชัดเจนของลูกค้า

    สิ่งที่ควรใส่ก็คือ ชื่อสินค้า รุ่น สี วิธีใช้งาน วิธีดูแลรักษา นอกจากนี้รายละเอียดอื่นๆ ถ้ามีก็ควรใส่ เช่นผ่อนสินค้าได้ (กรณีเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาสูง)  หรือ การเขียนว่าสามารถ ออกใบกำกับภาษี ได้ ทำให้ลูกค้ากลุ่มบริษัทตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ

    บางอย่างแนะนำให้ใส่เป็นรูปนะครับ เนื่องจาก ลูกค้าไม่ค่อยอ่านครับ

     

    Warrant Policy [6] หรือ เงื่อนไขการรับประกันสินค้า

    Lazada มีนโยบายที่สามารถเปลี่ยน และ คืนสินค้าได้อยู่แล้ว แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ทราบ

    ถ้าเกิดทางร้านของเราแจ้งลูกค้าว่า สามารถเปลี่ยนและคืนสินค้าได้ ทางลูกค้ามักจะชอบร้านแบบนี้มากกว่า (จริงๆมันก็คืนได้ทุกร้านนั้นแหละครับ) มันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการซื้อสินค้ามากขึ้น แนะนำให้ใส่ไปทั้งในรูปภาพ และ ในรายละเอียดสินค้านะครับ

    รูปสินค้าก็สำคัญมากๆครับ การที่เรามีรูปภาพที่น่าสนใจและโดดเด่นกว่าร้านอื่นๆ จะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อได้มากขึ้น เราสามารถใส่รูปได้ถึง 8 รูปด้วยกัน ผมแนะนำว่าใส่ให้ครบทั้ง 8 รูป ถ่ายทุกมุม และมาใส่รายละเอียดเหล่านี้ลงไปด้วย ( คนไทยไม่ค่อยอ่านครับ ใส่ลงไปในรูปเลยครับ ) อย่างเช่น เช่น ส่งฟรี / มีบริการเก็บเงินปลายทาง / รับประกัน / ไม่พอใจยินดีคืนเงิน / ลดราคาพิเศษ / สินค้าจำนวนจำกัด / สินค้าแนะนำ / ร้านค้าขายดี / ของแท้ 100% / มีส่วนลดพิเศษ

     

     

     

     

     

     

     

    Seller SKU [7] คืออะไร ??

    มันคือรหัสสินค้าที่เราตั้งขึ้นมาเองหรือเป็นรหัสสินค้าที่ได้มาจากโรงงานเลย เราควรตั้งรหัสสินค้านี้เพื่อง่ายต่อการทำสต็อกและการส่งข้อมูลสินค้าให้ลูกค้าที่มาสนใจสอบถามเราก็เพียงเสิชตามSeller SKU แล้วก็ส่งให้ลูกค้าได้เลยครับ

    ราคาต้องตั้งเท่าไรถึงจะพอ ?

    การตั้งราคาสินค้าก่อนจะตั้งราคาผมแนะนำให้คำนวณกำไรขาดทุนให้เรียบร้อยก่อนนะครับอย่าลืมลบออกราวๆ15% เป็นค่าคอมมิชชั่นหรือคูปองส่วนลดพิเศษก่อนนะครับ

    จากนั้นตั้งราคาให้ดูโดดเด่นเช่นเรียงเรียงเดิมตั้งราคา650 ก็อาจจะตั้งเป็น678 หรือตั้งให้ลงท้ายด้วย99 ก็ยังใช้งานได้อยู่เช่น1,990 หรือ999 บาทก็ได้อยู่ครับ

    อีกประเด็นนึงที่สำคัญก็คือไม่จำเป็นต้องตั้งราคาสินค้าให้ต่ำกว่าคนอื่นสินค้าราคาเท่ากันหรือแพงกว่าก็สามารถขายได้เพราะลูกค้าไม่ได้ดูแค่ราคาแต่ดูความน่าเชื่อถือและรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมครับ

    ข้อควรระวัง

    การเข้าร่วมแคมเปญมักจะมีเงื่อนไขเช่นให้ลดราคา10-30% จะต้องตั้งราคาสินค้าให้สอดคล้องพร้อมเข้าร่วมหรืออาจจะมีเงื่อนไขอื่นเช่นต้องเป็นสินค้าใหม่

    กรณีไม่สามารถเข้าร่วมได้ เนื่องจาก ราคาหรือเงื่อนไขที่ไม่ตรง

    ให้เพิ่มสินค้าเข้าไปใหม่ โดยอาจจะตั้งให้ราคาแพงกว่าปกติ เพื่อให้ สินค้าสามารถลดราคาได้ ตามเงื่อนไขของแคมเปญนั้นๆ

    เช่นเดิม ขายสินค้าราคา 1,000 บาท แต่ต้องการเข้าร่วมแคมเปญ ลด 30% ก็อาจจะไม่สามารถลดราคานี้ได้ (ถ้าลดจาก 1,000 ไป 30% อาจจะขาดทุนได้)

    ก็ให้ไปสร้างสินค้าใหม่ โดยตั้งราคาเป็น 1,300 บาทแทน เมื่อลดแล้วก็จะเหลือราวๆ 1,000 บาท ทำให้สามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นและขายได้ครับ

    พอหมดแคมเปญ ก็อาจจะไปลบสินค้ารายการนี้ออกก็ได้ครับ

    เมื่อกรอกรายละเอียดทั้งหมดเสร็จสิ้น เราก็กดยืนยันมุมบนขวามือได้เลยครับ ในสินค้าของเรา ก็จะขึ้นว่า สินค้าของเรานั้นกำลัง QC pending [8] นั่นก็คือ รอ Lazada ตรวจสอบรายละเอียดก่อนแล้วจึงจะอนุญาติให้โพสขายได้อย่างเป็นทางการครับ

    หากต้องการเพิ่มสินค้าอีกก็ เพียงแค่คลิ๊ก สินค้าใหม่ [9] แล้วก็กรอกข้อมูลตามคำแนะนำของผมเท่านั้นเองครับ ก็เปิดร้านได้แล้ว เย้

     

    ขายของได้แล้วจะรับเงินยังไง ?​

    นี้เลยครับ เลือกมาที่ บัญชีของฉัน [10] แล้วเลือกหมวด ข้อมูลทั่วไป [11]

     

    เลือกที่ บัญชีธนาคาร [12]

    กรอกข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีที่เราต้องการให้รับเงินกับ Lazada โดยแนบพร้อมกับภาพถ่าย สำเนาบัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง

    เพียงเท่านี้นะครับ คุณก็จะสามารถเปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ Lazada ได้แล้ว แถมยังง่ายและสะดวกมากๆ โดยการใช้ Smart Phone หรือ Tablet เข้ามาจัดการบริหารร้าน ที่ไหน เวลาไหนก็ได้

    โดยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือต้องหมั่นตอบข้อความของลูกค้าอยู่เสมอ ยิ่งถ้าคุณตอบเขาไวได้เท่าไร การตัดสินใจในการสั่งซื้อสินค้าก็จะมีมากขึ้น

    การขอรีวิวจากลูกค้า การที่เราได้รับรีวิวจากลูกค้าจะเพิ่มอันดับร้านค้าของเราให้มากขึ้นและจะดูหน้าเชื่อถือ ดึงดูดลูกค้ามากขึ้น หากลูกค้าคนใดที่สถานะจัดส่งถึงมือแล้วแต่ยังไม่รีวิว แนะนำให้ทักไปใน Chat เป็นประโยคเชิงชักชวนให้ทำการรีวิวให้ ‘’ หากคุณลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว โปรดรีวิวสินค้าให้ทางร้านด้วยนะคะ ขอบพระคุณที่ไว้วางใจสั่งซื้อสินค้านะคะ ‘’ เพื่อเป็นการเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือไปในตัว และลูกค้าก็จะมองว่าเราให้ความสำคัญในการขอ feedback หลังการขายอีกด้วย หากสินค้ามีปัญหา เราจะได้รับรู้ถึงสาเหตุได้ทันท่วงทีว่าว่าสินค้าล็อตนั้นๆมีปัญหาหรือไม่ เพื่อลดความสูญเสียที่ร้านจะได้รับ ทั้งชื่อเสียง ยอดขาย และค่าใช้จ่ายในการดูแล ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกด้วย

     

    ในหน้าแรกของ Lazada Seller Center จะแจ้งยอดขายต่อวัน และแสดงเป็นเปอร์เซ็นว่าลดลงหรือเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน มีการแจ้งยอด ผู้ที่เข้าชม ผู้สั่งซื้อ ยอดขายเฉลี่ยต่อผู้ซื้อ อัตราการซื้อต่อการเข้าชม อัตราส่วนเหล่านี้ เราสามารถนำไปวิเคราะห์ธุรกิจของเราได้ ว่าเราควรจะสต็อกสินค้าตัวใดเพิ่มไหม กลุ่มลูกค้าเราเป็นกลุ่มแบบใด มีกำลังซื้อกันประมาณไหน

    ยอดเข้าชมต่อวันยังบอกเราอีกว่า หากมีผู้เข้าชมเยอะมาก แต่ไม่ใครสั่งซื้อสินค้าร้านเราเลย นั้นอาจหมายถึง สินค้าเป็นที่ต้องการ แต่อาจมีบางอย่างที่ลูกค้ายังไม่ถูกใจ เช่น ราคาสูงไป ข้อมูลสินค้าไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ แต่สินค้าของเราเป็นที่ต้องการนะ รีวิวไม่ดี ภาพประกอบไม่สวยจึงไม่น่าซื้อ แบบนี้เป็นต้นครับ

    หากคุณหมั่นทำตามเทคนิคที่ผมแนะนำไป ผมมั่นใจเลยว่ายอดขายของคุณต้องดีขึ้นแน่ๆ แต่ของบางอย่างก็ต้องใช้เวลา การสร้างฐานลูกค้าและหมั่นสร้างความพึงพอใจในบริการหลังการขายต่างๆ จะนำไปสู่กับบอกต่อ แนะนำ ร้านค้าให้เป็นที่รู้จักอีกด้วย ไม่ท้อ มุ่งมั่น ตั้งเป้าหมายของตนเอง และพัฒนาร้านไปเรื่อยๆครับ ผมมั่นใจว่าชาว Seller ทำได้  ถ้าคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ ก็อย่าลืมส่งต่อไปให้เพื่อนๆด้วยนะครับ

    ติดตาม Update บทความ ทริค เทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการขายของ ออนไลน์ ได้ที่ https://m.me/820088668414656กดเริ่มต้นใช้งาน ด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ขอฝากโปรแกรม แต่งภาพดีๆ ที่ทำมาสำหรับชาวพ่อค้าแม่ค้า ออนไลน์ ไว้ด้วยนะครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่ ลองดูที่นี้นะครับ โปรแกรมแต่งภาพ PixPro ง่ายสุดใน 3 โลก

    ติดตาม Update บทความ ทริค เทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการขายของ ออนไลน์ ได้ที่ https://m.me/820088668414656 กดเริ่มต้นใช้งาน ด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ขอฝากโปรแกรม แต่งภาพดีๆ ที่ทำมาสำหรับชาวพ่อค้าแม่ค้า ออนไลน์ ไว้ด้วยนะครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่ ลองดูที่นี้นะครับ โปรแกรมแต่งภาพ PixPro ง่ายสุดใน 3 โลก
    RSS
    Follow by Email
    Facebook
    Google+
    DISPLAY_ULTIMATE_PLUS
    Twitter