เปิดเผยสูตรลับ !! ทำให้ยอดขาย พุ่งกระจายใน Lazada & Shopee

    สวัสดีชาว Seller ทุกท่าน

    ยอดขายเป็นอย่างไรกันบ้าง ขายดีกันไหมครับ ?

    เพื่อนๆที่ขายของ Online โดยที่ใช้ช่องทางหลัก อย่าง Facebook และ Google ให้การหาคนเข้ามาซื้อของ ผมขอแนะนำให้ อย่าลืมไปลงสินค้าใน lazada และ shopee นะครับเพื่อเป็นช่องทางเพิ่มเติมนะครับ

    ร่ายกันมาซะนาน มาเข้าหัวข้อหลักกันดีกว่าครับ

     

    วันนี้ผมมีเคล็ดลับจะมาบอก เกี่ยวกับ marketplace ที่เป็นที่นิยมกันทั้ง 2 ที่ก็คือ Lazada และ Shopee

    ทั้งสองที่เป็น marketplace ชื่อดัง คนเข้าต่อวันเยอะมหาศาล และเปิดให้เราสามารถเอาสินค้าของเราไปลงขายได้ฟรี

    แต่ จะทำอย่างไรให้ขายดี ใน macketplace ?

    ตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือ

    “ต้องให้สินค้าของเรามีอันดับที่ดีๆ ในการค้นหาทั้งใน marketplace และ บน Google”

    ยกตัวอย่างเช่น

    ลูกค้าค้นหา คำว่า “กล้องวงจรปิด

    ผู้ที่อยู่อันดับ 1 มียอดขายมากกว่าคนที่แสดงอยู่ในอันดับ 5 อย่างแน่นอน

    (แต่ตอนนี้ต้องทำใจ เพราะ lazada มาลงขายเอง เค้าจะปรับให้สินค้าของเค้าอันดับ 1-3 เสมอ โกงหน่อยๆ)

    ลองดูนะครับ ผลการค้นหานี้นะครับ

    จะเห็นว่า

    กรอบสีแดง (1-3 อันดับแรกของการค้นหา) = Lazada ขายเอง คนจะซื้อตำแหน่งนี้เยอะที่สุด

    กรอบสีน้ำเงิน (ผลการค้นหาอันดับ 1 ของร้านค้าทั่วไป) = ตำแหน่งนี้ คือ ตำแหน่งที่เราต้องพยายามมาอยู่ตรงนี้ให้ได้

    กรอบสีเหลือง (ผลการค้นหารองลงมา) = ในส่วนนี้จะขายดีได้ระดับนึง มียอดขายทุกวัน แต่ไม่เยอะมากเท่าสีน้ำเงิน

    ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ในการจัดอันดับการค้นหา ก็คือ ยอดขาย ยิ่งขายดี ยิ่งอันดับสูง

    แต่ตอนนี้สินค้าในตลาด เหมือนๆกันหมด เพราะอย่างนั้น เราจะทำอย่างไร ให้ร้านค้าของเราจึงจะน่าซื้อที่สุด โดดเด่นที่สุด จึงเป็นที่มาขอสูตรลับ ด้านล่างนี้ มาเริ่มกันเลยครับ

    1.ตั้งชื่อสินค้าให้ดี เข้าใจง่าย แต่ให้ยาวๆไว้ เพราะมีผลต่อการค้นหาใน marketplace และยังติด (Google Shopping) และ SEO อีกด้วย

    ถ้าผมจะขาย กล้องวงจรปิด ผมจะไม่ตั้งชื่อสินค้าว่า “กล้องวงจรปิด” สั้นๆแค่นี้ แต่ผมจะใส่คำอธิบายเพิ่มเติม ที่คิดว่าลูกค้าจะค้นหาลงไป (คำที่คิดว่าคนจะค้นหา คุณสามารถหาได้จาก Keyword Planner Ads )

    ผมจะตั้งชื่อว่า

    เช่น “กล้องวงจรปิด ไร้สาย ชื่อรุ่น ABC ดูผ่านมือถือได้ ความละเอียดสูง บันทึกได้ ส่งฟรี แถมเมมโมรี่การ์ด รับประกัน 30 วัน”

    เป็นยังไงครับ ชื่อแบบนี้ อาจจะดูยาว แต่ผมรับประกันว่า ส่งผลดีกว่า ชื่อแบบสั้นๆอย่างแน่นอนครับ

    พยายามนึกดูนะครับ ว่านอกจาก กล้องวงจรปิด เราสามารถใส่อะไรลงไปได้อีก ฟังชั่นต่างๆ ชื่อรุ่น รหัส ใส่ลงไปให้เต็มที่เลยครับ เท่าที่ร้านค้าจะอนุญาติให้ใส่ได้

    แต่แนะนำให้เอา keyword หลัก “กล้องวงจรปิด” ไว้หน้าๆหน่อยนะครับ เพราะส่งผลต่อการค้นหามากกว่าครับ

    2. รูปภาพที่โดดเด่นกว่าชาวบ้าน

    ในร้านค้า Marketplace เราสามารถใส่รูปได้ 8-10 ภาพ ผมแนะนำให้ใส่ภาพให้ครบ ทุกมุม ของสินค้า และที่สำคัญใส่รายละเอียดลงไปในภาพ ด้วย (คนไทยไม่ค่อยอ่าน ชอบดูแต่ภาพครับ)

    เช่น ส่งฟรี / มีบริการเก็บเงินปลายทาง / รับประกัน / ไม่พอใจยินดีคืนเงิน / ลดราคาพิเศษ / สินค้าจำนวนจำกัด / สินค้าแนะนำ / ร้านค้าขายดี / ของแท้ 100% / มีส่วนลดพิเศษ

    นอกจากนี้ ยังควรทำกรอบสินค้าให้โดดเด่น มากกว่าการนำรูปสินค้ามาลงเฉยๆ

    กรอบสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง ให้ดูสะดุดตา ช่วยได้เสมอ

    ลองดูภาพตัวอย่างสินค้าที่โดดเด่น น่าซื้อ เหล่านี้นะครับ

    ดูที่กรอบด้านบนนะครับ ว่าโดดเด่นกว่าคนอื่นแค่ไหน

    คราวนี้ลองมาดูแต่ละสินค้ากันบ้าง ว่าภาพที่ตกแต่งแล้ว น่าซื้อ น่าคลิกกว่า ขนาดไหนนะครับ

    เห็นไหมครับว่า มันสวยกว่าจริงๆ อย่าเอาภาพสินค้าเปล่าๆเข้าไปเลยครับ มันขายไม่ดีครับ

    ถ้าคุณทำภาพสินค้า ไม่ได้แบบด้านบน คุณกำลังเสียเปรียบคนอื่นอยู่เยอะมากๆนะครับ

    ถ้าคุณใช้ photoshop ไม่เป็น ผมแนะนำให้คุณไปหา กราฟฟิคมือดีติดตัวไว้ คอยแก้ภาพสินค้าให้กับคุณ

    แต่ถ้าคุณยังไม่อยากจ้างใคร และไม่อยากเรียนรู้ photoshop ที่สุดแสนจะยากและงง

    ผมมีตัวช่วยให้กับคุณ ผมมีโปรแกรมนึงที่จะช่วยให้คุณตกแต่งสินค้าได้อย่างง่ายดาย แค่ไม่กี่คลิก รูปสินค้าของคุณจะสวยกว่าคนอื่น >> รายละเอียดตามนี้ครับ

    3. การตั้งราคาสินค้า

    การตั้งราคาสินค้า ก่อนจะตั้งราคา ผมแนะนำให้คำนวณ กำไร ขาดทุนให้เรียบร้อยก่อนนะครับ อย่าลืม ลบออกราวๆ 15% เป็นค่า คอมมิชชั่น หรือ คูปองส่วนลด พิเศษก่อนนะครับ

    จากนั้นตั้งราคาให้ดูโดดเด่น เช่น เรียงเรียง เดิมตั้งราคา 650 ก็อาจจะตั้งเป็น 678

    หรือ ตั้งให้ลงท้ายด้วย 99 ก็ยังใช้งานได้อยู่ เช่น 1,990 หรือ 999 บาท ก็ได้อยู่ครับ

    อีกประเด็นนึงที่สำคัญก็คือ ไม่จำเป็นต้องตั้งราคาสินค้าให้ต่ำกว่าคนอื่น สินค้าราคาเท่ากันหรือ แพงกว่าก็สามารถขายได้ เพราะลูกค้าไม่ได้ดูแค่ราคา แต่ดูความน่าเชื่อถือ และ รายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมครับ

    4. ใส่ชื่อแบรนด์ ยี่ห้อ รหัสสินค้า ให้ครบถ้วน

    แนะนำให้ทำข้อนี้ ถ้าหากคุณขายสินค้า จำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ กล้อง หรือ สินค้าที่ต้องมีการะบุรุ่น สี รหัสต่างๆ

    เช่นถ้าคุณขาย สว่านไฟฟ้า

    คุณควรจะใส่ ยี่ห้อ BOSCH และชื่อรุ่น GSB550 และ 550W เป็นจำนวนวัตต์  ควรใส่ให้ครบ เพราะบางคน ไม่ได้ค้นหาด้วย คำว่าสว่านไฟฟ้า แต่ค้นหาด้วยคำว่า GSB550 แทน แต่คุณไม่ใส่ ชื่อรุ่น ก็จะพลาดโอกาสนี้ไปครับ

    ถ้ามีสี ก็ควรใส่สีลงไปด้วยนะครับ

    5. เข้าร่วมโปรโมชั่น และสร้าง Code ลดราคาเสมอ

    ภายใน Seller Center ของ Marketplace มักจะมีแคมเปญมาให้เราเข้าร่วมเสมอๆ ผมแนะนำให้เข้าไปดูทุกวัน อย่างแคมเปญแรงๆ เช่น 11 / 11 หรือ 12 /  12 สามารถสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลายให้กับผู้ที่เข้าร่วม และถูกดันไปอยู่ที่หน้าแรก หรือโปรเล็กๆ อย่าง วาเลนไทน์, ตรุษจีน, วันสงกรานต์, วันลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

    ข้อควรรู้

    การเข้าร่วมแคมเปญมักจะมีเงื่อนไข เช่นให้ลดราคา 10-30% จะต้องตั้งราคาสินค้าให้สอดคล้อง พร้อมเข้าร่วม หรืออาจจะมีเงื่อนไขอื่น เช่น ต้องเป็นสินค้าใหม่

    คำแนะนำพิเศษ

    ในกรณีไม่สามารถเข้าร่วมได้ เนื่องจาก ราคาหรือเงื่อนไขที่ไม่ตรง

    ให้เพิ่มสินค้าเข้าไปใหม่ โดยอาจจะตั้งให้ราคาแพงกว่าปกติ เพื่อให้ สินค้าสามารถลดราคาได้ ตามเงื่อนไขของแคมเปญนั้นๆ

    เช่นเดิม ขายสินค้าราคา 1,000 บาท แต่ต้องการเข้าร่วมแคมเปญ ลด 30% ก็อาจจะไม่สามารถลดราคานี้ได้ (ถ้าลดจาก 1,000 ไป 30% อาจจะขาดทุนได้)

    ก็ให้ไปสร้างสินค้าใหม่ โดยตั้งราคาเป็น 1,300 บาทแทน เมื่อลดแล้วก็จะเหลือราวๆ 1,000 บาท ทำให้สามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นและขายได้ครับ

    พอหมดแคมเปญ ก็อาจจะไปลบสินค้ารายการนี้ออกก็ได้ครับ

    6. การลงสินค้าชิ้นเดิม แต่ลงด้วยชื่อใหม่

    หลายท่านอาจจะงงว่า ทำไมเราจะต้องลงสินค้าแบบเดียวกัน 2-3 รายการ ในร้านค้าเดียวกันด้วย

    มันเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากครับ เพราะมันสามารถทำให้โอกาส ในการมองเห็นเพิ่มขึ้น และยอดขายก็จะเพิ่มขึ้นตามครับ

    ยกตัวอย่างเช่น ผมขาย โทรศัพท์มือถือ Huawei รุ่น Mate 20 Pro ผมอาจจะลงขาย ทั้งหมด 3 รายการ แบ่งเป็น

    รายการที่ 1  Huawei Mate 20 Pro + แถมฟรี ฟิล์มกันรอย และ เคสมือถือเลือกสีได้

    รายการที่ 2 Huawei Mate 20 Pro + แถมฟรี ลำโพงบลูทูล และหูฟังไร้สาย

    รายการที่ 2 Huawei Mate 20 Pro + ขาตั้งกล้องสำหรับมือถือ

    เห็นไหมครับว่า เราสามารถสร้างโปรโมชั่นให้กับร้านของเราเองได้แล้ว และยังเพิ่มโอกาสขายได้มากยิ่งขึ้นด้วยครับ นอกจากนี้ ผมขอแนะนำให้ใส่ภาษาอังกฤษลงไปบ้างนะครับ เพราะบางคนเค้าค้นหาด้วยภาษาอังกฤษครับ เช่น จะขาย เต๊นท์ แนะนำให้ใส่คำว่า Tent ไปด้วยนะครับ

    7. ขอรีวิวจากลูกค้า

    ยุคนี้เป็นยุคของรีวิว !!

    รีวิว เป็นส่วนสำคัญ ในการตัดสินใจซื้อสินค้า ของลูกค้า ถ้าร้านไหนมีรีวิวดีๆ เยอะๆ 4-5 ดาว ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายมากครับ แต่จะทำอย่างไรให้ลูกค้าซื้อของเราไปแล้ว กลับมารีวิวละครับ ?

    ส่วนตัวผมเองใช้วิธี เตือนลูกค้าตอนที่ส่งสินค้าไป โดยแนบกระดาษขอบคุณ + ขอรีวิวไป

    แบบนี้ครับ

    อาจจะแนบของแถมไปให้ด้วย

    ส่วนของแถม ผมก็มักจะมีเตรียมให้อยู่แล้วครับ อาจจะเป็น พวงกุญแจ ยาดม ปากกา กระเป๋าใส่เหรียญ พวกนี้นะครับ ซื้อยกโหลเอามาไว้แจก ไม่เกิน 10 บาทต่อชิ้นครับ

    รับประกันว่า รีวิวคุณจะพุ่งพรวดเลยครับผม

    8. ใส่คำรีวิวเข้าไปในคำอธิบาย

    ในตำแหน่งของรายละเอียดสินค้า เราสามารถใส่ รีวิวลงไปในสินค้าได้ อาจจะเป็นรูปลูกค้าที่มารีวิว หรือ คำขอบคุณจากทาง line ก็สามารถใส่ได้ครับ หรือจะรวมๆมาหลายๆคน ทำเป็นภาพๆ เดียวก็ได้เช่นกันครับ

    การใส่รีวิวแบบนี้ เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือเข้าไป ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นมากๆ และสินค้ายังดูเป็นที่นิยมอีกด้วยครับ

    ยิ่งถ้าเป็นรูปสินค้าที่ลูกค้ามีการนำมาใช้งาน ยิ่งดูน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นครับ

    รูป Before After ยังสามารถใช้ได้ใน marketplace นะครับ ใส่ได้เลยครับ

    9. แจ้งลูกค้าว่า สามารถเปลี่ยน และ คืนสินค้าได้

    เนื่องจากทั้ง lazada และ shopee มีนโยบายที่สามารถเปลี่ยน และ คืนสินค้าได้อยู่แล้ว แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ทราบ

    ถ้าเกิดทางร้านของเราแจ้งลูกค้าว่า สามารถเปลี่ยนและคืนสินค้าได้ ทางลูกค้ามักจะชอบร้านแบบนี้มากกว่า (จริงๆมันก็คืนได้ทุกร้านนั้นแหละครับ) มันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการซื้อสินค้ามากขึ้น แนะนำให้ใส่ไปทั้งในรูปภาพ และ ในรายละเอียดสินค้านะครับ

    10. ใส่คำอธิบายที่ละเอียด ยิ่งละเอียดยิ่งดี

    การซื้อสินค้าออนไลน์ เราไม่มีโอกาสที่จะจับสินค้า หรือพูดคุยกับร้านค้า ทำให้ลูกค้าจะดูรายละเอียดได้เพียงแค่ รูปภาพสินค้า และคำอธิบายสินค้า ในกรณีสินค้าทั่วๆไป ที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว เช่นของใช้ภายในบ้าน อาจจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิด เป็นสินค้าที่เรา ไม่ค่อยได้ซื้อ หรือไม่เคยพบ อาจจะต้องใส่รายละเอียดที่มากยิ่งขึ้น เพื่อความชัดเจนของลูกค้า

    สิ่งที่ควรใส่ก็คือ

    ชื่อสินค้า รุ่น สี

    วิธีใช้งาน

    วิธีดูแลรักษา

    นอกจากนี้รายละเอียดอื่นๆ ถ้ามีก็ควรใส่ เช่นผ่อนสินค้าได้ (กรณีเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาสูง)

    หรือ การเขียนว่าสามารถ ออกใบกำกับภาษี ได้ ทำให้ลูกค้ากลุ่มบริษัทตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ

    บางอย่างแนะนำให้ใส่เป็นรูปนะครับ เนื่องจาก ลูกค้าไม่ค่อยอ่านครับ

    11. ตอบ Chat ลูกค้า และตอบคำถามลูกค้า อย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ลูกค้ารอนาน

    ปี 2019 เป็นต้นมานี้ การซื้อโดยผ่านระบบ Chat ค่อนข้างเป็นที่นิยม มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งใน lazada และ Shopee เองก็มีส่วนให้ลูกค้าสามารถ chat กับร้านค้าได้

     

    โดยลูกค้าสามารถถามรายละเอียดสินค้า รุ่น ต่างๆ จากทาง Chat ได้ทันที โดยจากประสบการณ์หากลูกค้า ถามมาจากทาง Chat แล้วตอบลูกค้าได้ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะตัดสินใจแทบจะในทันที โดยมากลูกค้าจะถามแค่ รายละเอียดเล็กน้อยเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ เช่น

    สินค้าส่งวันไหน สินค้าพร้อมส่งไหม มีสีนี้ไหม แล้วก็รายละเอียดสินค้านิดหน่อย

    นอกจากนี้ยังสามารถ พูดคุยเชิญชวน หรือ ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นด้วยครับ

    12. ส่ง link ให้ลูกค้ามาซื้อทางช่องทาง Marketplace เพื่อเพิ่มยอดขาย

    อย่างที่ทราบว่า จำนวนยอดขายส่งผลต่อ อันดับภายใน marketplace

    ถ้าหาก ร้านค้ามียอดขายอยู่แล้วเป็นประจำ อาจจะเป็นช่องทาง facebook และ google หรือตัวแทนจำหน่าย

    ทางเราขอแนะนำให้ส่ง link ของ marketplace ให้ลูกค้าซื้อผ่านทางช่องนี้บ้างนะครับ เพราะจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญเรายังมีโอกาสขอรีวิวลูค้า หลังจากซื้อสินค้าไปแล้วอีกด้วยครับ

    หรือจะมีลูกค้าบางท่าน ถามว่ารับชำระผ่านบัตรเครดิตไหม ก็ให้ส่ง link ของ Lazada / Shopee ไปได้เลยครับ เพราะทั้งสองร้านสามารถใช้บัตรเครดิตได้ครับ

    13. ส่งฟรี

    ระหว่าง สินค้าราคา 200 + ค่าส่ง 50 = 250 บาท

    กับ

    สินค้าราคา 250 บาท ส่งฟรี

    คุณเลือกแบบไหนกันครับ ?

    คนส่วนใหญ่ ชอบส่งฟรี มากกว่าเสียค่าส่ง

    แม้แต่ในช่องกรองสินค้าของ lazada ยังมีเงื่อนไข ส่งฟรีให้ลูกค้าติ๊กเลยครับ แปลว่าใครๆก็ชอบ ส่งฟรีครับ

    เราจึงแนะนำให้เข้าไปที่ Seller Center

    ภายใน lazada และ shopee สามารถกำหนดสร้างโปรโมชั่นได้ว่า ให้ลูกค้าได้รับการส่งฟรี ถ้าลูกค้าซื้อขั้นต่ำเท่าไร ถึงจะได้รับโปรโมชั่นส่งฟรี

     

    แนะนำว่าถ้าคำนวณ กำไร ขาดทุนแล้ว อาจจะบวกค่าส่งไปนิดหน่อย ทำให้สินค้าของคุณเป็นส่งฟรีเถอะครับ ไม่มีใครอยากเสียเงินค่าส่ง

    การที่คุณประหยัดกับค่าส่งเล็กน้อย อาจจะทำให้คุณเสียลูกค้าไปเลยก็ได้นะครับ

    14. VDO คือสิ่งที่ลูกค้าชอบ

    ทั้ง lazada และ shopee ตรงส่วนของ รูปภาพ และ รายละเอียดสินค้า สามารถใส่ vdo ได้ และ vdo ยังสามารถเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าภาพ ทั้งวิธีใช้สินค้า หรือ เชิญชวนให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ครับ

    vdo เพียงแค่ 1 นาที เล่าเรื่องได้ดีกว่าภาพและข้อความ แน่นอนครับ

    เพราะงั้น ควรใส่ vdo ไปในรายละเอียดสินค้านะครับ

    ถ้าหากไม่มี vdo ดีๆ ยังไม่ได้ถ่ายทำสินค้าของตัวเอง คุณก็สามารถเอา ภาพมาไล่เรียงเป็น slide ก็ได้นะครับ โปรแกรมทำแบบนี้ ง่ายๆมีค่อนข้างเยอะเลยครับ

    ใส่ vdo เถอะครับ ….

    15. ตกแต่งหน้าร้าน 

    นอกจากรายละเอียดของสินค้าแล้ว เรายังสามารถตกแต่งสินค้าให้ดูน่าเชื่อถือได้

    ร้านค้าบางร้านไม่ตกแต่ง ร้านค้า ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ

    แนะนำว่า ให้ตกแต่งร้านค้าให้สวยๆ มันไม่ยากเพราะทาง marketplace จะเตรียมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว เพียงแค่ กดเลือก เทมเพลต ไม่กี่คลิกครับ

    ก็เหมือนเวบขายของนะแหละครับ ถ้าเวบดูดี โอกาสซื้อก็ยิ่งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีโอกาส ให้ลูกค้าซื้อสินค้าชิ้นๆอื่นๆเพิ่มเติมอีกด้วย

    เรายังสามารถใส่รูปภาพ Banner โปรโมชั่นได้อีกด้วย เท่าที่ผมเห็น ร้านค้าขายดีทุกร้าน จะทำส่วนนี้ออกมาได้ค่อนข้างสวย และดูดีมากๆครับ

    16. ข้อมูลสถิติ ควรดูทุกวัน เพื่อปรับปรุง

    ภายใน Seller Center จะมีให้ดูสถิติว่า วันนี้มีคนเข้าร้านเท่าไร คลิกไปดูหน้าสินค้าเท่าไร ตรงนี้ เราควรหมั่นเข้ามาดูด้วยนะครับ ว่าเป็นอย่างไร

    ถ้าหาก เจอว่าคนเข้า 100 คน แต่ไม่มีคนซื้อเลย จะได้นำไป คิด วิเคราะห์ ได้ว่า ทำไมเค้าไม่ซื้อของ ของเรา

    เราแพงกว่า ร้านเราไม่สวย หรือมีรีวิวไม่ดี ไม่น่าเชื่อถือ ตรงนี้สำคัญมาก ควรมาดูอย่างสม่ำเสมอครับ

    อีกสิ่งที่ควรทำก็คือ ลอง ค้นหาสินค้าตัวเองดู เช่นคุณขาย เครื่องกรองน้ำ ก็ลองค้นหาคำว่า “เครื่องกรองน้ำ” ดูทั้งใน App มือถือ และ คอมพิวเตอร์ (อันดับอาจจะไม่เหมือนกัน เพราะแตกต่างกันตามอุปกรณ์) ว่าอันดับของคุณเป็นอย่างไร แล้ว ด้านบนสุดร้านที่ขายดีที่สุด รูปภาพ และคำอธิบายแตกต่างกับเราอย่างไร แนะนำให้ทำให้ดีกว่าเค้า ปรับปรุงอยู่สม่ำเสมอนะครับ ถ้าเค้าทำได้ เราก็จะต้องทำได้ครับ

    จบแล้วนะครับ สำหรับเทคนิค ต่างๆ กับ Lazada และ Shopee

    จริงๆ มีเทคนิคอื่นๆที่ผมไม่ได้เขียนออกมาอีก แต่อาจจะไม่ได้สำคัญมากนัก

    ถ้าหาก คุณใส่ใจร้านค้าตัวเอง ทำทุกข้อที่ผมแนะนำ รับประกันยอดขายคุณเพิ่มขึ้น อย่างแน่นอนครับ

    สำคัญที่สุดก็คือ การลงมือทำ อย่างสม่ำเสมอ และไม่ท้อครับ ของบางอย่างมันต้องใช้เวลาครับ

    ถ้าคุณคิดว่าบทความนี้ มีประโยชน์ ช่วยส่งต่อไปให้เพื่อนของคุณ ด้วยนะครับ

    ติดตาม Update บทความ ทริค เทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการขายของ ออนไลน์ ได้ที่ https://m.me/820088668414656 กดเริ่มต้นใช้งาน ด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ขอฝากโปรแกรม แต่งภาพดีๆ ที่ทำมาสำหรับชาวพ่อค้าแม่ค้า ออนไลน์ ไว้ด้วยนะครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่ ลองดูที่นี้นะครับ โปรแกรมแต่งภาพ PixPro ง่ายสุดใน 3 โลก
    RSS
    Follow by Email
    Facebook
    Google+
    DISPLAY_ULTIMATE_PLUS
    Twitter